Terms of Service

Version 2026-09-03

ข้อกำหนดในการให้บริการ

Hideout — แพลตฟอร์มสำนักงานเสมือน (Virtual Office)

วันที่มีผลบังคับใช้: 3 กันยายน พ.ศ. 2569

บริษัท เดอะแก๊งเทคโนโลยี จำกัด (เลขทะเบียนนิติบุคคลและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 0105558183399) สำนักงานตั้งอยู่ที่ เลขที่ 1/7, 1/8 ซอยเพชรเกษม 66 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย (“บริษัท”) เป็นผู้ให้บริการ Hideout ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำนักงานเสมือนที่ทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยเปิดให้ผู้ใช้งานเคลื่อนย้ายตัวละคร (Avatar) บนแผนที่พื้นที่ทำงานร่วมกัน สนทนาด้วยเสียงและภาพตามระยะใกล้ แชร์หน้าจอ และส่งข้อความแชท (“บริการ”)

ข้อกำหนดในการให้บริการฉบับนี้ (“ข้อกำหนด”) เป็นข้อตกลงที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างบริษัทกับผู้ใช้งาน การสร้างบัญชี การเข้าถึง หรือการใช้บริการ ถือว่าผู้ใช้งานยอมรับและตกลงผูกพันตามข้อกำหนดฉบับนี้ หากผู้ใช้งานไม่ยอมรับข้อกำหนดนี้ โปรดงดใช้บริการ

บริการนี้เปิดให้ใช้ได้ทั้งโดยบุคคลธรรมดาที่สมัครใช้บริการในนามของตนเอง และโดยนิติบุคคลที่สมัครใช้บริการเพื่อให้บุคลากรของตนใช้งาน ในกรณีที่ผู้ใช้งานยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้ในนามของนิติบุคคล ผู้ใช้งานรับรองว่าตนมีอำนาจกระทำการผูกพันนิติบุคคลนั้น และคำว่า “ผู้ใช้งาน” ในข้อกำหนดฉบับนี้ให้หมายถึงนิติบุคคลดังกล่าวด้วย

ข้อกำหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งรวมถึงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“PDPA”) ตามที่กล่าวถึงเพิ่มเติมในข้อ 12 และข้อ 18


1. คำนิยาม

  • “ผู้ใช้งาน” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เข้าถึงหรือใช้บริการ รวมถึงผู้สมัครใช้บริการและบุคคลที่ผู้สมัครใช้บริการเชิญเข้าร่วมพื้นที่ทำงานของตน

  • “ผู้สมัครใช้บริการ” หมายถึง ผู้ใช้งานที่สมัครและชำระค่าบริการสำหรับการสมัครใช้บริการหนึ่งรายการ และเป็นเจ้าของพื้นที่ทำงานที่ผูกกับการสมัครใช้บริการนั้น

  • “การสมัครใช้บริการ” หมายถึง สิทธิเข้าถึงบริการตามแผนและรอบการชำระเงินที่ผู้สมัครใช้บริการเลือกไว้ โดยชำระค่าบริการตรงกับบริษัท

  • “พื้นที่ทำงาน” หมายถึง พื้นที่ใช้งานร่วมกันภายในบริการที่ผูกกับการสมัครใช้บริการหนึ่งรายการ ซึ่งประกอบด้วยแผนที่ ช่องสนทนา และผู้ใช้งานที่ได้รับเชิญเข้าร่วม

  • “บัญชี” หมายถึง ข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบที่ผู้ใช้งานใช้เพื่อเข้าถึงบริการ ซึ่งจัดสรรผ่านผู้ให้บริการยืนยันตัวตนภายนอกที่บริษัทใช้

  • “เนื้อหาของผู้ใช้งาน” หมายถึง ข้อความแชท การปรับแต่งรูปลักษณ์ตัวละคร ภาพที่อัปโหลด การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และเนื้อหาอื่นใดที่ผู้ใช้งานส่งเข้าสู่ระบบบริการ

  • “ข้อมูลส่วนบุคคล” มีความหมายตามที่กำหนดไว้ใน PDPA


2. คุณสมบัติผู้ใช้งานและบัญชีผู้ใช้

  1. ผู้ใช้งานที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทย หรือได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม จึงจะสมัครใช้บริการและผูกพันตามข้อกำหนดฉบับนี้ได้

  2. บัญชีผู้ใช้จัดสรรผ่านผู้ให้บริการยืนยันตัวตนภายนอกที่บริษัทใช้ ผู้ใช้งานต้องให้ข้อมูลการลงทะเบียนที่ถูกต้องและรักษาข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบไว้เป็นความลับ และต้องแจ้งบริษัทโดยไม่ชักช้าเมื่อทราบว่ามีการใช้บัญชีของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต

  3. ผู้สมัครใช้บริการเป็นผู้รับผิดชอบต่อการใช้งานพื้นที่ทำงานของตน รวมถึงการกระทำของผู้ใช้งานที่ตนเชิญเข้าร่วม และมีหน้าที่บริหารจัดการว่าบุคคลใดได้รับอนุญาตให้เข้าถึงพื้นที่ทำงานนั้น

  4. บริษัทอาจระงับหรือยกเลิกบัญชีที่บริษัทมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าถูกสร้างขึ้นหรือถูกใช้โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้ หรือเมื่อผู้สมัครใช้บริการซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ทำงานร้องขอ หรือเมื่อกฎหมายกำหนด


3. การสมัครใช้บริการ การชำระเงิน และการยกเลิก

  1. การเข้าถึงบริการเป็นการสมัครใช้บริการโดยตรงกับบริษัท ตามแผนและรอบการชำระเงิน (รายเดือนหรือรายปี) ที่แสดงไว้ ณ เวลาที่สมัคร การสมัครใช้บริการหนึ่งรายการครอบคลุมพื้นที่ทำงานหนึ่งพื้นที่ ซึ่งผู้สมัครใช้บริการอาจเชิญผู้ใช้งานรายอื่นเข้าร่วมได้ตามขอบเขตของแผนที่เลือก

  2. ค่าบริการกำหนดและชำระเป็นสกุลเงินบาท (THB) โดยรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว

  3. บริษัทจะออกใบกำกับภาษีและหลักฐานการรับชำระเงินตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด และจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายเมื่อมีหน้าที่ตามกฎหมาย

  4. การรับชำระเงินดำเนินการผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินภายนอก ผู้ใช้งานตกลงผูกพันตามเงื่อนไขการให้บริการของผู้ให้บริการรับชำระเงินดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับการชำระเงิน บริษัทไม่จัดเก็บหมายเลขบัตรชำระเงินแบบเต็มไว้ในระบบของบริษัท ข้อมูลบัตรและข้อมูลการชำระเงินถูกเก็บรวบรวมและประมวลผลโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินโดยตรง และอาจมีการส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว

  5. บริษัทอาจปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการโดยมีผลในรอบการต่ออายุถัดไป โดยแจ้งให้ผู้สมัครใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน หากผู้สมัครใช้บริการไม่ยอมรับอัตราใหม่ อาจยกเลิกการต่ออายุได้ก่อนวันที่อัตราใหม่มีผล

  6. การสมัครใช้บริการต่ออายุอัตโนมัติในแต่ละรอบการชำระเงิน และมีการเรียกเก็บค่าบริการผ่านวิธีการชำระเงินที่ผู้สมัครใช้บริการบันทึกไว้ จนกว่าผู้สมัครใช้บริการจะยกเลิก

  7. ผู้สมัครใช้บริการยกเลิกการต่ออายุได้ตลอดเวลาผ่านการตั้งค่าบัญชีของตน โดยไม่มีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมการยกเลิกใด ๆ การยกเลิกมีผลเมื่อสิ้นสุดรอบการชำระเงินที่ชำระไว้แล้ว และผู้สมัครใช้บริการยังคงเข้าถึงบริการได้จนถึงวันสิ้นสุดรอบนั้น

  8. ค่าบริการที่ชำระแล้วสำหรับรอบที่ยังไม่สิ้นสุดไม่สามารถขอคืนตามสัดส่วนได้ เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เนื่องจากผู้สมัครใช้บริการยังคงมีสิทธิเข้าถึงบริการเต็มรูปแบบจนถึงวันสิ้นสุดรอบนั้น

  9. ค่าบริการที่เกิดขึ้นแล้วสำหรับช่วงเวลาที่ได้ใช้บริการไปก่อนวันที่การยกเลิกมีผล ยังคงเป็นหนี้ที่ผู้สมัครใช้บริการต้องชำระ ค่าบริการดังกล่าวเป็นค่าตอบแทนสำหรับบริการที่ได้ให้ไปแล้ว มิใช่ค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมการยกเลิก และการยกเลิกไม่ทำให้หนี้ค่าบริการที่ค้างอยู่ก่อนหน้านั้นระงับไป

  10. หากการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติในรอบต่ออายุไม่สำเร็จ (เช่น บัตรถูกปฏิเสธ หรือวิธีการชำระเงินหมดอายุ) บริษัทจะแจ้งเตือนผู้สมัครใช้บริการทางอีเมลให้ปรับปรุงวิธีการชำระเงิน และจะให้ระยะเวลาผ่อนผัน 7 วันนับจากวันครบกำหนดชำระ เพื่อให้ชำระเงินหรือปรับปรุงวิธีการชำระเงินก่อนระงับการเข้าถึงบริการ ในระหว่างระยะเวลาผ่อนผัน ผู้สมัครใช้บริการยังคงเข้าถึงบริการได้ตามปกติ

  11. หากพ้นระยะเวลาผ่อนผันแล้วยังชำระเงินไม่สำเร็จ บริษัทจะระงับการเข้าถึงบริการ และดำเนินการตามลำดับเวลาการยกเลิกที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว เสมือนผู้สมัครใช้บริการได้ยกเลิกการต่ออายุ ณ วันครบกำหนดชำระ

  12. หากผู้ใช้งานยื่นขอเรียกเก็บเงินคืน (chargeback) ผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินหรือธนาคาร สำหรับค่าบริการของรอบที่บริษัทได้ให้บริการไปแล้ว บริษัทอาจระงับการเข้าถึงบริการทันทีระหว่างการตรวจสอบข้อพิพาท และยังคงมีสิทธิเรียกร้องให้ชำระค่าบริการที่ค้างอยู่สำหรับช่วงเวลาที่ได้ให้บริการไปแล้ว ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ใช้งานในการโต้แย้งข้อพิพาทผ่านช่องทางของผู้ให้บริการรับชำระเงินหรือธนาคารนั้น

กรณีบริษัทเรียกเก็บเงินเพิ่มหรือไม่ผลต่อการเข้าถึงบริการ
ยกเลิกการต่ออายุก่อนครบรอบไม่เรียกเก็บเพิ่ม และไม่คืนเงินตามสัดส่วนของรอบที่ชำระไว้แล้วเข้าถึงบริการได้ตามปกติจนถึงวันสิ้นรอบ
ชำระเงินไม่สำเร็จ แล้วแก้ไขภายในระยะเวลาผ่อนผัน 7 วันเรียกเก็บตามปกติเมื่อชำระสำเร็จ ไม่มีค่าปรับเข้าถึงบริการได้ตามปกติตลอดช่วงผ่อนผัน
ชำระเงินไม่สำเร็จ และไม่แก้ไขภายในระยะเวลาผ่อนผันไม่เรียกเก็บสำหรับรอบถัดไป ถือเป็นการยกเลิก ณ วันครบกำหนดชำระระงับการเข้าถึงบริการ และเข้าสู่ลำดับเวลาการลบข้อมูลตามนโยบายความเป็นส่วนตัว
ขอเรียกเก็บเงินคืน (chargeback) สำหรับรอบที่ใช้บริการไปแล้วยังคงเรียกร้องค่าบริการของรอบนั้นได้ ไม่ถือเป็นการยกเลิกโดยอัตโนมัติอาจถูกระงับการเข้าถึงทันทีระหว่างตรวจสอบข้อพิพาท

4. สิทธิของผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานมีสิทธิดังต่อไปนี้:

  1. เข้าถึงและใช้บริการตามขอบเขตของแผนการสมัครใช้บริการที่ชำระค่าบริการไว้ ตลอดระยะเวลาที่การสมัครใช้บริการมีผลอยู่

  2. เป็นเจ้าของเนื้อหาของผู้ใช้งานที่ตนส่งเข้าสู่ระบบ โดยบริษัทใช้เนื้อหานั้นได้เพียงเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการตามข้อ 8

  3. ใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ได้แก่ สิทธิได้รับแจ้ง สิทธิเข้าถึงและขอรับสำเนา สิทธิขอแก้ไขให้ถูกต้อง สิทธิขอลบหรือทำลาย สิทธิขอระงับการใช้ สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล สิทธิคัดค้านการประมวลผล และสิทธิถอนความยินยอม โดยแก้ไขข้อมูลด้วยตนเองในบริการหรือยื่นคำขอตามขั้นตอนในนโยบายความเป็นส่วนตัว

  4. ขอตรวจสอบและขอรับสำเนาข้อมูลของตนได้ตลอดเวลาที่ใช้บริการ และขอรับสำเนาข้อมูลในพื้นที่ทำงานของตนภายใน 30 วันหลังการสมัครใช้บริการสิ้นสุดลง ตามขั้นตอนในนโยบายความเป็นส่วนตัว

  5. ยกเลิกการต่ออายุการสมัครใช้บริการได้ตลอดเวลา โดยไม่มีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมการยกเลิก ตามข้อ 3.6

  6. ได้รับแจ้งล่วงหน้าเมื่อบริษัทเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในสาระสำคัญตามข้อ 19 หรือเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการตามข้อ 3.8 และมีสิทธิยกเลิกการสมัครใช้บริการก่อนวันที่การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผล

  7. ได้รับใบกำกับภาษีและหลักฐานการรับชำระเงินตามข้อ 3.3

  8. ติดต่อและยื่นเรื่องร้องเรียนต่อบริษัทได้ที่ช่องทางที่ระบุไว้ในข้อ 21 โดยบริษัทจะดำเนินการตามข้อ 6.8

  9. ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในกรณีที่ผู้ใช้งานเป็นผู้บริโภค ทั้งนี้ ข้อกำหนดฉบับนี้ไม่ตัดหรือจำกัดสิทธิดังกล่าว


5. หน้าที่ของผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานมีหน้าที่ดังต่อไปนี้:

  1. ให้ข้อมูลการลงทะเบียนที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รักษาข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบไว้เป็นความลับ และแจ้งบริษัทโดยไม่ชักช้าเมื่อทราบว่ามีการใช้บัญชีของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามข้อ 2

  2. ชำระค่าบริการตามแผนและรอบการชำระเงินที่เลือกไว้ ตามข้อ 3

  3. ใช้บริการตามข้อกำหนดการใช้งานที่ยอมรับได้ ตามข้อ 7 และไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นหรือฝ่าฝืนกฎหมายที่ใช้บังคับ

  4. ในกรณีที่เป็นผู้สมัครใช้บริการ ต้องรับผิดชอบการใช้งานพื้นที่ทำงานของตน รวมถึงการกระทำของผู้ใช้งานที่ตนเชิญเข้าร่วม ตามข้อ 2.3

  5. ในกรณีที่ผู้สมัครใช้บริการเป็นนิติบุคคล ต้องจัดให้มีฐานทางกฎหมายที่ถูกต้องสำหรับการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรของตนผ่านบริการ ตามข้อ 12.4

  6. รับผิดชอบต่อเนื้อหาของผู้ใช้งานที่ตนส่งเข้าสู่ระบบ และรับรองว่ามีสิทธิในเนื้อหานั้นหรือได้รับอนุญาตให้ใช้โดยชอบด้วยกฎหมาย


6. หน้าที่ของบริษัท

บริษัทมีหน้าที่ดังต่อไปนี้:

  1. ให้บริการตามขอบเขตของแผนการสมัครใช้บริการที่ผู้ใช้งานชำระค่าบริการไว้ โดยใช้ความพยายามตามสมควรในทางการค้าเพื่อให้บริการพร้อมใช้งาน ตามข้อ 13

  2. จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางเทคนิคและเชิงองค์กรที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองข้อมูลของผู้ใช้งานจากการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง เปิดเผย หรือทำลายโดยไม่ได้รับอนุญาต

  3. ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ เก็บรักษาไม่เกินระยะเวลาที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัว และดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเวลาที่ PDPA กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปคือไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ตามข้อ 12

  4. แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและต่อผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ ตามข้อ 12.6

  5. เก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และเปิดเผยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เฉพาะเมื่อมีคำสั่งหรืออำนาจตามกฎหมายเท่านั้น ตามข้อ 12.7

  6. ไม่ใช้ ทำซ้ำ เปิดเผย หรือเผยแพร่เนื้อหาของผู้ใช้งานเกินกว่าขอบเขตที่จำเป็นต่อการให้บริการ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งาน หรือเมื่อกฎหมายกำหนด

  7. แจ้งให้ผู้ใช้งานทราบล่วงหน้าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในสาระสำคัญ หรือการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ ตามข้อ 19 และข้อ 3.8

  8. จัดให้มีช่องทางติดต่อและรับเรื่องร้องเรียน และตอบกลับเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้งานภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งโดยทั่วไปคือไม่เกิน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง

  9. ออกใบกำกับภาษีและหลักฐานการรับชำระเงินตามที่กฎหมายกำหนด ตามข้อ 3.3


7. การอนุญาตให้ใช้สิทธิและข้อกำหนดการใช้งานที่ยอมรับได้

  1. ภายใต้ข้อกำหนดฉบับนี้และการชำระค่าบริการที่เกี่ยวข้อง บริษัทอนุญาตให้ผู้ใช้งานใช้สิทธิเข้าถึงและใช้บริการในลักษณะจำกัด ไม่จำกัดสิทธิเฉพาะราย ไม่สามารถโอนสิทธิได้ และเพิกถอนได้ ในระหว่างระยะเวลาการสมัครใช้บริการที่มีผลอยู่

  2. ผู้ใช้งานต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้:

    • (ก) ทำวิศวกรรมย้อนกลับ ถอดรหัส หรือพยายามดึงซอร์สโค้ดหรือไฟล์งานศิลป์ที่อยู่เบื้องหลังบริการ
    • (ข) ใช้วิธีการอัตโนมัติ (บอทหรือโปรแกรมดึงข้อมูล) เข้าถึงบริการ นอกเหนือจากการใช้แอปพลิเคชันไคลเอนต์ที่บริษัทรองรับ
    • (ค) รบกวนหรือทำให้ความสมบูรณ์หรือประสิทธิภาพของบริการเสียหาย รวมถึงระบบรับส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ระบบเสียงและภาพ หรือระบบแสดงสถานะการออนไลน์
    • (ง) พยายามเข้าถึงข้อมูล บัญชี หรือพื้นที่ทำงานของผู้ใช้งานรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
    • (จ) อัปโหลดหรือส่งต่อเนื้อหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หมิ่นประมาท ลามกอนาจาร ละเมิดสิทธิของผู้อื่น หรือเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน
    • (ฉ) ใช้บริการเพื่อคุกคาม ข่มขู่ หรือก่อความเสียหายแก่ผู้ใช้งานรายอื่น
    • (ช) ให้บุคคลอื่นใช้บัญชีของตนร่วมกัน หรือจำหน่าย ให้เช่า หรือให้สิทธิช่วงในการเข้าถึงบริการแก่บุคคลภายนอก
  3. บริษัทขอสงวนสิทธิทั้งปวงที่ไม่ได้อนุญาตไว้อย่างชัดแจ้ง ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในบริการ ซอฟต์แวร์ หรือทรัพย์สินที่อยู่เบื้องหลังบริการให้แก่ผู้ใช้งานรายใด


8. เนื้อหาของผู้ใช้งาน

  1. ผู้ใช้งานยังคงเป็นเจ้าของเนื้อหาของผู้ใช้งานที่ตนส่งเข้าสู่ระบบ การส่งเนื้อหาดังกล่าวถือเป็นการอนุญาตให้บริษัทใช้สิทธิทั่วโลก โดยไม่จำกัดสิทธิเฉพาะราย และไม่มีค่าตอบแทน ในการจัดเก็บ ประมวลผล ส่งผ่าน และแสดงเนื้อหานั้น เพียงเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินการและการให้บริการเท่านั้น

  2. ข้อความแชทจะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการประวัติการสนทนาภายในบริการ ผู้สมัครใช้บริการอาจขอให้ลบประวัติการสนทนาในพื้นที่ทำงานของตนได้ โดยยื่นคำขอทางอีเมลมาที่ contact@thegang.tech ตามขั้นตอนในนโยบายความเป็นส่วนตัว

  3. การสื่อสารด้วยเสียงและภาพจะถูกส่งผ่านโครงสร้างพื้นฐานสื่อของบริษัทแบบเรียลไทม์ เพื่อรองรับการสนทนาตามระยะใกล้และการแชร์หน้าจอ เว้นแต่บริษัทจะแจ้งไว้เป็นอย่างอื่นเป็นหนังสือ สัญญาณเสียงและภาพจะไม่ถูกบันทึกหรือจัดเก็บโดยบริการเกินกว่าระยะเวลาที่จำเป็นต่อการส่งผ่านระหว่างผู้เข้าร่วม

  4. บริษัทอาจลบเนื้อหาของผู้ใช้งานที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้หรือกฎหมายที่ใช้บังคับ และอาจรายงานเนื้อหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของไทยเมื่อกฎหมายกำหนด


9. ตัวละคร งานศิลป์ และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

  1. งานศิลป์สำหรับตัวละครและเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้แสดงผลตัวละครและแผนที่พื้นที่ทำงาน เป็นงานที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิจากศิลปินหรือผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิภายนอก และจัดให้ผู้ใช้งานใช้เฉพาะภายใต้ฟีเจอร์การปรับแต่งภายในบริการเท่านั้น

  2. ผู้ใช้งานต้องไม่ดึง คัดลอก เผยแพร่ซ้ำ จำหน่ายต่อ หรือนำงานศิลป์ดังกล่าวไปใช้นอกบริการ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยการทำวิศวกรรมย้อนกลับไฟล์ฝั่งไคลเอนต์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตตามสัญญาอนุญาตของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง


10. ทรัพย์สินทางปัญญา

  1. บริการ รวมถึงซอฟต์แวร์ ซอร์สโค้ด และงานออกแบบ เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของบริษัทหรือผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิของบริษัท ซึ่งได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัตินับแต่การสร้างสรรค์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่จำต้องจดทะเบียนหรือแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อหน่วยงานใด และได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศตามอนุสัญญาเบิร์นและความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี

  2. ชื่อ “Hideout” และตราสัญลักษณ์ของบริการ เป็นชื่อทางการค้าและเครื่องหมายที่บริษัทใช้กับบริการของตน ผู้ใช้งานต้องไม่ใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำชื่อหรือเครื่องหมายดังกล่าวไปใช้ ในลักษณะที่อาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดว่าเป็นบริการของบริษัท หรือมีความเกี่ยวข้องหรือได้รับการรับรองจากบริษัท ทั้งนี้ ข้อกำหนดนี้ไม่กระทบต่อสิทธิของบริษัทในการดำเนินคดีในมูลลวงขายตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า ในมูลละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และสิทธิที่บริษัทจะได้รับเมื่อมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในภายหน้า

  3. ไม่มีข้อความใดในข้อกำหนดฉบับนี้ที่โอนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ใช้งานรายใด นอกเหนือจากการอนุญาตให้ใช้สิทธิในลักษณะจำกัดตามข้อ 7


11. การรักษาความลับ

  1. คู่สัญญาแต่ละฝ่ายอาจได้รับข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลอันเป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สัญญาอีกฝ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับบริการ (“ข้อมูลความลับ”) คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงใช้ข้อมูลความลับของอีกฝ่ายเพียงเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกำหนดฉบับนี้ และจะคุ้มครองข้อมูลดังกล่าวด้วยความระมัดระวังไม่น้อยกว่าที่ใช้กับข้อมูลความลับของตนเอง แต่ต้องไม่น้อยกว่ามาตรฐานความระมัดระวังตามสมควร

  2. ข้อมูลความลับไม่รวมถึงข้อมูลที่เป็นข้อมูลสาธารณะอยู่แล้วหรือกลายเป็นข้อมูลสาธารณะโดยไม่ใช่ความผิดของฝ่ายผู้รับข้อมูล ข้อมูลที่ฝ่ายผู้รับทราบอยู่ก่อนโดยไม่มีหน้าที่รักษาความลับ หรือข้อมูลที่ฝ่ายผู้รับพัฒนาขึ้นเองโดยอิสระ


12. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

  1. บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน (เช่น ชื่อ อีเมล ข้อมูลตัวละครและสถานะการออนไลน์ ประวัติการเข้าใช้งาน (เช่น วันและเวลาที่เข้าสู่ระบบล่าสุด) ข้อมูลการชำระเงิน และข้อมูลปริมาณการใช้เครือข่ายและสื่อ) ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตามรายละเอียดในนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดฉบับนี้ รวมถึงประเภทของข้อมูล ระยะเวลาเก็บรักษาแยกตามประเภทข้อมูล การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และขั้นตอนการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

  2. โดยสอดคล้องกับ PDPA บริษัทจะ:

    • (ก) เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือที่กฎหมายอนุญาต
    • (ข) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางเทคนิคและเชิงองค์กรที่เหมาะสม
    • (ค) ดำเนินการตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (สิทธิเข้าถึง สิทธิขอแก้ไข สิทธิขอลบ สิทธิขอระงับการใช้ สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล และสิทธิคัดค้าน) ที่ยื่นเข้ามาตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท
    • (ง) ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศเฉพาะเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศตาม PDPA โดยวัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย และรายละเอียดของการโอนข้อมูลระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว
  3. บริษัทแจ้งให้ทราบว่าบริการนี้ใช้ผู้ให้บริการภายนอกซึ่งบางรายตั้งอยู่นอกราชอาณาจักรไทย เพื่อการยืนยันตัวตน การรับส่งสัญญาณเสียงและภาพ การรับชำระเงิน การจัดเก็บฐานข้อมูล และการโฮสต์ระบบ รายชื่อผู้ประมวลผลข้อมูลเหล่านี้และประเทศที่ตั้งเผยแพร่ไว้ที่รายการผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอก โดยรายละเอียดของการส่งหรือโอนข้อมูลระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว

  4. ในกรณีที่ผู้สมัครใช้บริการเป็นนิติบุคคลและสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานรายอื่นในพื้นที่ทำงานของตน ผู้สมัครใช้บริการนั้นถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยอิสระสำหรับการใช้ข้อมูลนั้นของตนเอง และมีหน้าที่จัดให้มีฐานทางกฎหมายที่ถูกต้อง (เช่น การแจ้งแก่พนักงานหรือการขอความยินยอม) สำหรับการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลผ่านบริการของตนเอง

  5. การสื่อสารด้วยเสียงและภาพเป็นการส่งผ่านโดยไม่จัดเก็บ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 8.3 หากในอนาคตมีฟีเจอร์ใดที่จะบันทึกหรือเก็บรักษาการสื่อสารดังกล่าว บริษัทจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และจะขอความยินยอมก่อนเปิดใช้งาน เมื่อ PDPA กำหนดให้ต้องขอความยินยอม

  6. ในกรณีที่เกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ และจะแจ้งผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบโดยไม่ชักช้า ตามที่ PDPA กำหนด ขั้นตอนการแจ้งเหตุละเมิดโดยละเอียดระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว

  7. การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ — ในฐานะผู้ให้บริการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายในการเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (log) เช่น บันทึกการเข้าสู่ระบบ ที่อยู่ไอพี วันและเวลาที่ใช้บริการ และข้อมูลระบุตัวผู้ใช้บริการ ไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และจะเปิดเผยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เฉพาะเมื่อมีคำสั่งหรืออำนาจตามกฎหมายเท่านั้น การเก็บรักษาข้อมูลตามหน้าที่นี้ยังคงมีผลแม้ผู้ใช้งานจะขอให้ลบข้อมูลอื่นตามข้อ 8.2 หรือข้อ 17.4 แล้วก็ตาม รายละเอียดเพิ่มเติมระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว

  8. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิตาม PDPA หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้ประสานงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ที่ contact@thegang.tech โดยขั้นตอนการยื่นคำขอ ระยะเวลาดำเนินการ และช่องทางร้องเรียน ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว


13. ความพร้อมใช้งานของบริการและการสนับสนุน

  1. บริษัทจะใช้ความพยายามตามสมควรในทางการค้าเพื่อให้บริการพร้อมใช้งาน อย่างไรก็ดี บริการจัดให้ในลักษณะ “ตามที่มีอยู่” การบำรุงรักษาตามกำหนด เหตุขัดข้องของโครงสร้างพื้นฐานของบุคคลภายนอก และปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควรของบริษัท อาจทำให้บริการหยุดให้บริการชั่วคราว

  2. ระดับการให้บริการ ระยะเวลาตอบสนองของฝ่ายสนับสนุน หรือคำรับประกันความพร้อมใช้งานใด ๆ จะมีผลใช้บังคับเฉพาะเมื่อได้ตกลงกันไว้เป็นหนังสือแยกต่างหาก


14. ข้อปฏิเสธการรับประกัน

เท่าที่กฎหมายไทยอนุญาตให้กระทำได้ บริการจัดให้ในลักษณะ “ตามที่เป็น” และ “ตามที่มีอยู่” โดยไม่มีการรับประกันใด ๆ ทั้งโดยชัดแจ้ง โดยปริยาย หรือโดยผลของกฎหมาย รวมถึงการรับประกันด้านคุณภาพเชิงพาณิชย์ ความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์เฉพาะ การไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น หรือการทำงานที่ต่อเนื่องและปราศจากข้อผิดพลาด ข้อความในข้อนี้ไม่จำกัดสิทธิใดที่ไม่อาจยกเว้นได้ตามบทบัญญัติเด็ดขาดของกฎหมายไทย รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีที่ผู้ใช้งานเป็นผู้บริโภค


15. การจำกัดความรับผิด

  1. เมื่อใดบริษัทต้องรับผิด — หากบริษัทผิดข้อกำหนดฉบับนี้ เช่น ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของบริษัทตามข้อ 6 หรือบริการหยุดทำงานอันเนื่องมาจากข้อบกพร่องในระบบที่อยู่ในความควบคุมของบริษัทเอง (ต่างจากเหตุขัดข้องของโครงสร้างพื้นฐานของบุคคลภายนอกหรือเหตุสุดวิสัยตามข้อ 13) ผู้ใช้งานมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายโดยตรงที่แท้จริงจากบริษัทได้ ภายใต้ขอบเขตและเพดานความรับผิดที่กำหนดไว้ในข้อนี้

  2. เท่าที่กฎหมายไทยอนุญาตให้กระทำได้ คู่สัญญาฝ่ายใดไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายโดยอ้อม ความเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่อง ความเสียหายพิเศษ หรือค่าเสียหายเชิงลงโทษ หรือต่อการสูญเสียกำไร รายได้ ข้อมูล หรือชื่อเสียงทางการค้า ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดฉบับนี้หรือบริการ

  3. สำหรับความเสียหายโดยตรงที่แท้จริงตามข้อ 1 ความรับผิดรวมทั้งสิ้นของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดฉบับนี้ จะไม่เกินจำนวนค่าบริการทั้งหมดที่ผู้ใช้งานชำระให้แก่บริษัทในระยะเวลาสิบสอง (12) เดือนก่อนเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดข้อเรียกร้อง ข้อจำกัดจำนวนเงินนี้ไม่ใช้บังคับกับ:

    • (ก) หน้าที่ชดใช้ค่าเสียหายตามข้อ 16
    • (ข) การผิดหน้าที่รักษาความลับ
    • (ค) การประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือการกระทำโดยเจตนา
    • (ง) ความรับผิดที่ไม่อาจจำกัดได้ตามบทบัญญัติเด็ดขาดของกฎหมายไทย
  4. เหตุที่ข้อ (ค) และ (ง) ไม่มีเพดานจำกัดจำนวนเงิน — ไม่ใช่เพราะบริษัทสมัครใจยกเว้นเพดานให้ แต่เป็นเพราะข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดล่วงหน้าเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเองเป็นโมฆะตามมาตรา 373 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การกำหนดเพดานจำนวนเงินสำหรับกรณีเหล่านี้จึงไม่มีผลบังคับใช้และไม่ปรากฏในข้อกำหนดฉบับนี้

  5. ในกรณีที่ผู้ใช้งานเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งใช้บริการในฐานะผู้บริโภค ข้อจำกัดความรับผิดตามข้อนี้จะมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค


16. การชดใช้ค่าเสียหาย

  1. ผู้ใช้งานจะชดใช้ค่าเสียหายและปกป้องบริษัทจากข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอกที่เกิดจาก: (ก) เนื้อหาของผู้ใช้งานที่ส่งเข้าสู่ระบบผ่านบัญชีหรือพื้นที่ทำงานของตน (ข) การที่ผู้ใช้งานผิดข้อกำหนดฉบับนี้หรือฝ่าฝืนกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือ (ค) การใช้บริการโดยมิชอบของผู้ใช้งาน

  2. บริษัทจะชดใช้ค่าเสียหายและปกป้องผู้ใช้งานจากข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอกที่กล่าวหาว่าบริการซึ่งบริษัทจัดให้และใช้งานตามข้อกำหนดฉบับนี้ ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอกที่จดทะเบียนในประเทศไทย เว้นแต่ในส่วนที่ข้อเรียกร้องนั้นเกิดจากการใช้โดยมิชอบ การดัดแปลง หรือการนำบริการไปใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตของผู้ใช้งาน


17. ระยะเวลา การระงับ และการเลิกสัญญา

  1. ข้อกำหนดฉบับนี้มีผลใช้บังคับตลอดระยะเวลาที่ผู้ใช้งานยังมีบัญชีหรือการสมัครใช้บริการที่มีผลอยู่ เว้นแต่มีการเลิกสัญญาก่อนกำหนดตามที่ระบุไว้ด้านล่าง

  2. ผู้ใช้งานอาจเลิกข้อกำหนดฉบับนี้ได้โดยยกเลิกการสมัครใช้บริการตามข้อ 3.6 และหยุดใช้บริการ คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเลิกข้อกำหนดฉบับนี้ได้ หากอีกฝ่ายผิดข้อกำหนดในสาระสำคัญและไม่แก้ไขเยียวยาภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง

  3. บริษัทอาจระงับหรือยกเลิกการเข้าถึงบริการได้ทันที หาก: (ก) กฎหมายหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของไทยกำหนด (ข) มีความจำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายต่อบริการ ผู้ใช้งานรายอื่น หรือบุคคลภายนอก หรือ (ค) มีการค้างชำระค่าบริการภายหลังการแจ้งเตือน

  4. เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง สิทธิของผู้ใช้งานในการเข้าถึงบริการเป็นอันสิ้นสุด ผู้ใช้งานอาจยื่นคำขอรับสำเนาข้อมูลในพื้นที่ทำงานของตนได้ภายใน 30 วัน นับจากวันสิ้นสุดสัญญา ตามขั้นตอนในนโยบายความเป็นส่วนตัว เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว บริษัทจะลบข้อมูลตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามข้อ 12.7


18. ธุรกรรมและเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์

  1. บันทึกการสื่อสารและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่กระทำผ่านบริการ (รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีและบันทึกการเรียกเก็บเงิน) ถือเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลสมบูรณ์และใช้บังคับได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และคู่สัญญาอาจใช้อ้างอิงเป็นพยานหลักฐานระหว่างกันได้เสมือนเอกสารที่ทำเป็นหนังสือ เท่าที่กฎหมายอนุญาต

  2. การกดยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้ผ่านหน้าจอลงทะเบียนหรือการเข้าใช้บริการ ถือเป็นการแสดงเจตนาที่มีผลผูกพันเสมือนการลงลายมือชื่อ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


19. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด

  1. บริษัทอาจปรับปรุงข้อกำหนดฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของบริการ กฎหมาย หรือแนวปฏิบัติของหน่วยงานกำกับดูแล

  2. การเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่ออัตราค่าบริการ ขอบเขตของบริการ สิทธิหรือหน้าที่ของผู้ใช้งาน วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล การจำกัดความรับผิด หรือการเลิกสัญญา

  3. ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ บริษัทจะแจ้งผู้ใช้งานทางอีเมลที่ลงทะเบียนไว้หรือทางการแจ้งเตือนภายในแอปพลิเคชัน ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่การเปลี่ยนแปลงมีผล โดยระบุสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและวันที่มีผลใช้บังคับ

  4. การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เช่น การแก้ไขคำผิด การปรับถ้อยคำให้ชัดเจนขึ้น หรือการปรับปรุงข้อมูลการติดต่อ มีผลเมื่อบริษัทเผยแพร่ข้อกำหนดฉบับปรับปรุง

  5. หากผู้ใช้งานไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ ผู้ใช้งานมีสิทธิยกเลิกการสมัครใช้บริการได้ก่อนวันที่การเปลี่ยนแปลงมีผล ตามข้อ 3.6 โดยไม่มีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมการยกเลิก การใช้บริการต่อไปหลังวันที่ข้อกำหนดฉบับปรับปรุงมีผลใช้บังคับ ถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดฉบับปรับปรุงนั้น

  6. ข้อกำหนดฉบับปรับปรุงไม่มีผลย้อนหลังต่อข้อพิพาทหรือเหตุแห่งการเรียกร้องที่เกิดขึ้นแล้วก่อนวันที่ฉบับปรับปรุงมีผลใช้บังคับ

  7. บริษัทจะแสดงวันที่มีผลบังคับใช้ไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้ และจะจัดให้ผู้ใช้งานขอรับข้อกำหนดฉบับก่อนหน้าได้ตามคำขอที่ช่องทางติดต่อในข้อ 21


20. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท

  1. ข้อกำหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย โดยไม่คำนึงถึงหลักการขัดกันแห่งกฎหมาย

  2. คู่สัญญาจะพยายามระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดฉบับนี้โดยการเจรจาด้วยความสุจริตก่อน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีหนังสือแจ้งข้อพิพาท

  3. หากไม่สามารถระงับข้อพิพาทได้ด้วยการเจรจา ข้อพิพาทนั้นให้อยู่ในเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลไทยที่มีเขตอำนาจ ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ใช้งานซึ่งเป็นผู้บริโภคในการเสนอคดีต่อศาลตามที่กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคกำหนด


21. ข้อกำหนดทั่วไป

  1. ข้อตกลงทั้งหมด — ข้อกำหนดฉบับนี้ ร่วมกับรายละเอียดแผนการสมัครใช้บริการ นโยบายความเป็นส่วนตัว และเอกสารที่อ้างถึงในข้อกำหนดนี้ ถือเป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างคู่สัญญาเกี่ยวกับบริการ และใช้แทนข้อตกลงก่อนหน้าทั้งปวงในเรื่องเดียวกัน

  2. การโอนสิทธิ — ผู้ใช้งานไม่อาจโอนสิทธิและหน้าที่ตามข้อกำหนดฉบับนี้ได้โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากบริษัท ทั้งนี้ บริษัทอาจโอนสิทธิและหน้าที่ได้ในกรณีการควบรวมกิจการ การเข้าซื้อกิจการ หรือการจำหน่ายทรัพย์สินเกือบทั้งหมด

  3. ความเป็นโมฆะเพียงบางส่วน — หากข้อกำหนดใดในเอกสารฉบับนี้ไม่อาจใช้บังคับได้ตามกฎหมายไทย ข้อกำหนดที่เหลือยังคงมีผลสมบูรณ์และใช้บังคับได้ต่อไป และข้อกำหนดที่ใช้บังคับไม่ได้นั้นจะถูกปรับแก้เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อให้ใช้บังคับได้

  4. เหตุสุดวิสัย — คู่สัญญาฝ่ายใดไม่ต้องรับผิดต่อความล่าช้าหรือการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ อันเนื่องมาจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควร รวมถึงภัยธรรมชาติ การกระทำของรัฐ ไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตขัดข้อง หรือความขัดข้องของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานภายนอก

  5. การส่งคำบอกกล่าว — คำบอกกล่าวตามข้อกำหนดฉบับนี้ต้องทำเป็นหนังสือและส่งไปยังที่อยู่หรืออีเมลที่คู่สัญญาแต่ละฝ่ายกำหนดไว้ (สำหรับบริษัท คือ contact@thegang.tech) คำบอกกล่าวที่บริษัทส่งถึงผู้ใช้งานอาจส่งไปยังอีเมลที่ลงทะเบียนไว้กับบัญชีได้

  6. ภาษา — ข้อกำหนดฉบับนี้จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทยและอาจมีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อความสะดวกของคู่สัญญา ในกรณีที่ข้อความในฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษขัดหรือแย้งกัน ให้ถือฉบับภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ

  7. การติดต่อ — หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อกำหนดฉบับนี้ สามารถติดต่อได้ที่ contact@thegang.tech


ภาคผนวก ก เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข้อกำหนดฉบับนี้ควบคู่กับเอกสารอีกฉบับหนึ่ง ได้แก่นโยบายความเป็นส่วนตัวของบริการ ซึ่งอธิบายรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และโอนข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลแยกตามประเภท มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และขั้นตอนการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารทั้งสองฉบับถือเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน และเผยแพร่ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงและตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เว็บไซต์ของบริการ หากเอกสารทั้งสองฉบับขัดหรือแย้งกันในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ให้ถือตามนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

เอกสารเนื้อหาโดยสรุปที่ตั้ง
ข้อกำหนดในการให้บริการ (ฉบับนี้)สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา เงื่อนไขการชำระเงิน และการเลิกสัญญา รวมถึงฉบับก่อนหน้าที่ขอรับได้ตามช่องทางติดต่อในข้อ 21/terms
นโยบายความเป็นส่วนตัวประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย ระยะเวลาเก็บรักษา การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และวิธีใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล/privacy
รายการผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอกรายชื่อผู้ให้บริการภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลแทนบริษัท บทบาทของแต่ละราย และประเทศที่ตั้งที่ประมวลผลข้อมูล ปรับปรุงเป็นปัจจุบันแยกจากเอกสารหลักทั้งสองฉบับ/subprocessors

รายชื่อผู้ให้บริการภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลแทนบริษัทและประเทศที่ตั้งเผยแพร่แยกไว้ที่รายการผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอก เพื่อให้ปรับปรุงข้อมูลได้ทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนผู้ให้บริการโดยไม่ต้องแก้ไขเอกสารหลักทั้งสองฉบับ บริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงเอกสารหลักในสาระสำคัญตามข้อ 19 และจะระบุวันที่ปรับปรุงล่าสุดไว้ในเอกสารแต่ละฉบับ